New Release โรแมนติก : ตรวนแค้นไฟปรารถนา

อัพเดทข่าวบงกชบุ๊คส์ ความเคลื่อนไหว และกิจกรรมพิเศษ ตลอดจนร่วมสนุกชิงรางวัลพร้อมของรางวัลมากมาย

Moderator: P'Bly, Gals, พี่บี

ตอบกลับโพส
Gals
โพสต์: 995
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 13 ก.พ. 2009 3:47 pm

New Release โรแมนติก : ตรวนแค้นไฟปรารถนา

โพสต์ โดย Gals »

บทที่ 1
อาคารสูงใหญ่ทรงแปลกตาออกแบบด้วยสถาปนิกชื่อดังจากประเทศอังกฤษ เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทอิตาเลียน อัลมาดิโน อิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต จำกัด มี ‘อัลมาดิโน โรสนี’ ชาวอิตาเลียนเป็นเจ้าของอาคารสวยงามแห่งนี้
อาคารสูงสี่สิบชั้นถูกเช่าพื้นที่โดยบริษัทอื่นๆ จนเต็มทุกชั้น สร้างรายได้ให้กับผู้เป็นเจ้าของในแต่ละเดือนเกือบสิบล้าน ยังไม่รวมกำไรจากการทำธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับอัลมาดิโนและครอบครัวเป็นอย่างมาก
พนักงานในบริษัทมีจำนวนเกือบห้าสิบคน ทุกคนได้รับสวัสดิการอย่างเต็มที่ รวมทั้งเงินเดือนที่สมน้ำสมเนื้อกับการทำงานในบริษัทของชาวต่างชาติ
เมื่อได้รับเงินเดือนและสวัสดิการที่มากกว่าบริษัทอื่นๆ พนักงานทุกคนก็ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ผลงานของตนเองเป็นที่พึงพอใจของเจ้าของบริษัท และก็มีพนักงานคนหนึ่งเป็นที่ต้องตาต้องใจอัลมาดิโนเป็นอย่างมาก ทว่าหาใช่เพราะทำงานดีเป็นที่โดดเด่นไม่ แต่เพราะมีหน้าตาสะสวย มีเสน่ห์ถูกใจผู้เป็นเจ้าของบริษัทต่างหาก
แต่! หญิงสาวผู้นี้ไม่ได้เป็นสาวโสดหรือสาววัยรุ่นเหมือนพนักงานหญิงคนอื่นๆ เธอมีอายุถึงสี่สิบปีแล้ว แถมยังเป็นหญิงม่ายสามีทิ้งด้วย
‘ฉัตรทิพย์’ คือผู้หญิงคนดังกล่าว เธอเป็นพนักงานบัญชีในบริษัทของอัลมาดิโน แม้อายุจะล่วงเข้าเลขสี่และมีความเป็นอยู่ที่ไม่สุขสบายสักเท่าไร แต่เพราะเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างเล็กจึงยังคงความสวยไม่สร่าง ทำให้เป็นที่ต้องตาต้องใจของหนุ่มใหญ่ทั้งที่เป็นโสดและมีครอบครัวแล้วอยากมีความสัมพันธ์กับเธอ นั่นรวมถึงผู้เป็นหัวหน้างานของเธอด้วย
‘ถนิต’ ผู้เป็นหัวหน้าแผนกบัญชีเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของลูกน้อง และเอ่ยชวนพร้อมกับส่งสายตากรุ้มกริ่มให้ด้วย
“ทิพย์ เที่ยงแล้วไปกินข้าวกันเถอะ มื้อนี้ผมเลี้ยงคุณเอง”
ฉัตรทิพย์ลอบถอนหายใจ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าหัวหน้างานต้องการอะไร เพราะถูกอีกฝ่ายหว่านล้อมในทุกครั้งที่ไปกินข้าวด้วยกันให้เธอตกเป็นของเล่นของเขา ไม่ใช่ให้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ให้เป็นคู่สวาทเพียงชั่วครั้งชั่วคราวในยามที่เขาเบื่อน้ำพริกถ้วยเก่าจากคนที่บ้านแล้ว
“หัวหน้าไปก่อนก็ได้ค่ะ เหลือรายการบัญชีอีกหนึ่งรายการที่ยังไม่เสร็จ ทิพย์อยากทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปทานข้าวค่ะ” ฉัตรทิพย์ยกเรื่องงานมาอ้าง ไม่อยากไปกินข้าวกับถนิต นอกจากอีกฝ่ายจะหว่านล้อมให้เธอตกลงปลงใจกับเขาแล้ว เขายังฉวยโอกาสแตะเนื้อต้องตัวเธอในทุกครั้งที่อยู่ใกล้
แม้ลูกน้องจะปฏิเสธ แต่ถนิตก็ใช้อำนาจของการเป็นหัวหน้างานบังคับให้ฉัตรทิพย์ไปกินข้าวกับตนด้วยการดึงงานออกจากมือลูกน้อง จากนั้นก็ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์และออกคำสั่งเสียงห้วนว่า
“ไม่ต้องขยันทำงานขนาดนั้นก็ได้ทิพย์ ลุกขึ้น! ไปกินข้าวกับผม”
“ก็ได้ค่ะหัวหน้า รอทิพย์สักครู่ค่ะ” ฉัตรทิพย์ถอนหายใจเป็นครั้งที่ร้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อไปรับประทานอาหารมื้อเที่ยงกับถนิตท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่มองตามอย่างเยาะหยันแกมหมั่นไส้
เมื่อเดินเข้ามาในร้านอาหารขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ชั้นล่างของตัวอาคาร ทุกสายตาก็จ้องมองฉัตรทิพย์และถนิตเป็นตาเดียว หลายคนมองฉัตรทิพย์ด้วยความเกลียดชังและหมั่นไส้ เพราะต่างก็คิดว่าเธอช่างประจบสอพลอเลยทำให้ได้รับโบนัสตอนสิ้นปีเป็นจำนวนมาก
“ว่ายังไงทิพย์ ตัดสินใจกับข้อเสนอของผมได้หรือยัง ผมรอคุณหลายเดือนแล้วนะครับ” ถนิตทวงถามถึงคำตอบด้วยน้ำเสียงเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน นอกจากนั้นยังส่งสายตาที่เผยถึงความหิวกระหายให้ฉัตรทิพย์ได้เห็นอย่างชัดเจน
ฉัตรทิพย์แทบจะวางช้อนลงทันทีก็ว่าได้เมื่อถูกทวงคำตอบ แน่นอนว่าถนิตเสนอให้เงินเดือนจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับการเป็นคู่นอนของเขาสัปดาห์ละสามวัน
“ทิพย์คงรับข้อเสนอของหัวหน้าไม่ได้ค่ะ”
“ทำไม” ถนิตถามกลับเสียงห้วนเมื่อได้รับคำปฏิเสธ ก่อนจะถามต่อด้วยความไม่พอใจ “ผมเสนอเงินให้คุณน้อยไปงั้นหรือ”
“ไม่ใช่น้อยเกินไป แต่มันมากเกินไป และทิพย์ไม่คิดจะนอนกับใครเพื่อแลกกับเงิน ทิพย์ยังพอทำงานหาเงินเองได้ค่ะ” ฉัตรทิพย์พยายามปฏิเสธให้นุ่มนวลที่สุด ไม่อยากทำให้ถนิตโกรธเพราะไม่เป็นผลดีต่อการทำงานของเธอ
“ผมรู้ว่าคุณยังสามารถทำงานหาเงินเองได้ แต่ถ้าได้เงินจากผม คุณก็จะสบายหน่อย มีเงินให้จับจ่ายใช้สอยมากกว่าเดิมไม่ใช่หรือ” ถนิตพยายามหว่านล้อมต่อ ในใจนั้นก่นด่าด้วยความโมโหที่อีกฝ่ายเล่นตัวไม่ยอมตกลงปลงใจกับเขาสักที
“หมดเวลาพักแล้วค่ะ เรากลับไปทำงานเถอะค่ะ”
ฉัตรทิพย์เลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องที่ทำให้เธออึดอัดใจ เอ่ยบอกถนิตแล้วก็ลุกขึ้นก้าวเดินออกจากร้านอาหารทั้งๆ ที่เพิ่งรับประทานข้าวมันไก่ได้แค่คำเดียวเท่านั้น และยังเหลือเวลาอีกเกือบยี่สิบนาทีกว่าจะถึงเวลาทำงาน แต่ก็ขอกลับไปนั่งจ้องมองตัวเลขนับแสนๆ ตัวที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดีกว่าต้องทนนั่งให้ถนิตแทะโลมแตะต้องตัวเธอ
ถนิตกัดฟันดังกรอด ถลึงตาจ้องมองฉัตรทิพย์ซึ่งเดินหนีเขาไปแล้วพร้อมเค้นเสียงด่าตามหลังเพราะความโกรธจัด
“นังบ้า! เล่นตัวชะมัด เป็นม่ายมีผัวมากี่คนแล้วยังเสือกเล่นตัวอยู่ได้”
+++++++++++++++++++++++++++++++++
ฉัตรทิพย์ไม่ได้ยินคำเค้นด่าของถนิต เธอกลับมานั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหนักใจอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่แค่ถนิตเท่านั้นที่เพียรตามหว่านล้อมเสนอเงินให้ ยังมีผู้ชายอีกหลายคนที่เข้ามาตีสนิทและเสนอให้เธอเป็นคู่นอนของพวกเขา
“เฮ้อ จะหนีหัวหน้าได้นานแค่ไหน”
ฉัตรทิพย์บ่นพึมพำกับตัวเอง ทุกวันนี้เธอแทบไม่อยากพบหน้าถนิต เจอหน้าหัวหน้างานคนนี้คราใด อีกฝ่ายก็พูดแต่เรื่องผิดศีลธรรม เพราะว่าถนิตก็มีภรรยาอยู่แล้ว แถมยังมีลูกถึงสามคนด้วย
พูดถึงถนิตยังไม่ทันขาดคำก็เห็นเขาเดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยใบหน้าหงิกงอแถมยังจ้องมองเขม็ง ฉัตรทิพย์จึงรีบก้มหน้าลงแสร้งทำงานที่อยู่ตรงหน้า แต่ทำงานได้ไม่ถึงสิบนาทีก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองเมื่อมีคำสั่งดังขึ้นตรงหน้า
“ฉัตรทิพย์ บอสเรียกให้ไปพบเดี๋ยวนี้” อรุณีเลขาฯ ส่วนตัวของอัลมาดิโนเอ่ยบอกพนักงานบัญชีที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ซึ่งเธอไม่รู้ว่าอัลมาดิโนมีเรื่องด่วนอะไรถึงสั่งให้เธอมาเรียกพนักงานบัญชีไปพบทั้งๆ ที่สามารถโทร.มาก็ได้ แต่กลับสั่งให้เธอมาบอกกับฉัตรทิพย์โดยตรง
ฉัตรทิพย์หน้าซีดเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็ถูกเจ้าของบริษัทเรียกให้ไปพบ ซึ่งเธอไม่รู้ว่าด้วยเรื่องอะไร ในใจนั้นได้แต่ภาวนาให้เป็นเรื่องดี ไม่ถูกเจ้าของบริษัทตำหนิหรือลงโทษเกี่ยวกับหน้าที่การงานของเธอ
“ค่ะคุณอรุณี ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” ฉัตรทิพย์รีบผุดลุกขึ้นเดินตามอรุณีไปขึ้นลิฟต์ เพื่อไปยังห้องทำงานของอัลมาดิโนซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของอาคารแห่งนี้
“เข้าไปสิ คุณอัลมาดิโนรอเธออยู่” อรุณีเอ่ยบอกเมื่อออกจากลิฟต์เดินมาถึงหน้าห้องทำงานของผู้เป็นเจ้าของบริษัท เธอเคาะประตูเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูให้ฉัตรทิพย์
ฉัตรทิพย์เดินเข้ามาในห้องทำงานใหญ่โตหรูหรา ขณะเดินตรงไปหาอัลมาดิโนซึ่งเป็นชาวอิตาเลียนในวัยหกสิบก็แทบก้าวเท้าไม่ออกเมื่อเจอสายตาที่จ้องมองแบบไม่วางตา
ใช่! อัลมาดิโนกำลังมองลูกน้องในวัยสี่สิบปีซึ่งเป็นหญิงม่ายด้วยแววตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าไม่เคยมองลูกน้องคนไหนด้วยแววตาแบบนี้มาก่อน และไม่เคยคิดทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด กระทั่งได้เห็นฉัตรทิพย์โดยบังเอิญเมื่อสองวันก่อน
ทันทีที่เห็นฉัตรทิพย์ในลิฟต์ อัลมาดิโนก็สนใจพนักงานคนนี้ทันทีเพราะเขามีความชื่นชอบสาวใหญ่มากเป็นพิเศษ พอสอบถามประวัติของฉัตรทิพย์จากอรุณีที่เป็นเลขาฯ ส่วนตัว ได้รู้ว่าลูกน้องที่เขาสนใจเป็นหญิงม่ายถูกสามีทิ้งก็ยิ่งถูกใจมากกว่าเดิม เพราะเขาชอบผู้หญิงที่มีประสบการณ์ในเรื่องเซ็กซ์ ไม่นิยมชมชอบสาววัยรุ่นที่ไร้เดียงสาในรสสวาท และลูกน้องคนนี้ก็ตรงกับรสนิยมของเขาเป็นอย่างมาก
“นั่งลงก่อนสิฉัตรทิพย์” อัลมาดิโนผายมือไปยังเก้าอี้ที่อยู่ด้านหน้าโต๊ะทำงาน ดวงตาทั้งสองยังคงจับจ้องมองลูกน้องด้วยแววตาหื่นกระหาย และหากเปลื้องเสื้อผ้าของฉัตรทิพย์ออกด้วยสายตาคู่นี้ได้คงทำไปนานแล้ว
“ค่ะ บอส” ฉัตรทิพย์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ กุมมือเย็นเฉียบของตัวเองไว้แน่น ไม่รู้ว่าถูกเจ้าของบริษัทเรียกให้มาพบด้วยเรื่องอะไร ขณะเดียวกันก็ไม่ชอบใจเอาซะเลยที่ถูกอัลมาดิโนจ้องมองด้วยแววตาเช่นนี้
“เป็นยังไงบ้าง ทำงานกับบริษัทของผม” อัลมาดิโนชวนสนทนาเพื่อปูทางสู่ประเด็นที่เขาต้องการ
“ดีค่ะบอส ได้เงินเดือนเยอะ สวัสดิการก็ดีค่ะ” ฉัตรทิพย์ตอบตามตรง โดยหารู้ไม่ว่าคำพูดในตอนท้ายของเธอกำลังนำไปสู่เป้าหมายของอัลมาดิโนโดยไม่รู้ตัว
“อยากได้สวัสดิการที่ดีกว่านี้ไหม ฉัตรทิพย์” ขณะเอ่ยถาม อัลมาดิโนก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้มาทรุดตัวลงนั่งหมิ่นๆ บนโต๊ะทำงาน อยู่ห่างจากลูกน้องสาวแค่ไม่กี่นิ้ว
ฉัตรทิพย์เกิดอาการขนลุกชันและหวาดกลัวในทันที เริ่มนั่งอยู่ไม่เป็นสุข อยากเดินออกจากห้องทำงานของเจ้านายในทุกนาที
“บอสหมายถึงอะไรหรือคะ”
“ผมก็หมายถึงเงินเดือนที่จะได้รับเพิ่มเป็นสามเท่า ทั้งบ้าน รถ และอะไรก็ตามที่คุณต้องการ ผมสามารถมอบสวัสดิการนี้ให้กับคุณได้”
คราวนี้ฉัตรทิพย์รู้แล้วว่าอัลมาดิโนเรียกเธอมาพบเป็นการด่วนด้วยเรื่องอะไร แต่ก็ยังคงแสร้งทำเป็นโง่เขลาเอ่ยถามออกมาว่า
“เพื่อแลกกับอะไรคะ”
“คุณก็รู้ว่าผมต้องการอะไร” คราวนี้อัลมาดิโนขยับเข้าใกล้ฉัตรทิพย์ เอื้อมมือมาแตะเส้นผมของลูกน้อง ก่อนจะเลื่อนฝ่ามือมาลูบไล้ตรงบ่าเล็กแล้วเอ่ยบอกต่ออย่างไม่อ้อมค้อม “ผมต้องการให้คุณเป็นเมียเก็บของผม คุณไม่ต้องมาทำงานที่บริษัทก็ได้ แค่อยู่ปรนนิบัติผม คุณก็มีเงินใช้ไม่ขาดมือ ไม่ต้องนั่งรถเมล์ให้เจอฝุ่นละออง เพราะผมจะให้ลูกน้องของผมคอยรับส่งคุณ ไปที่ไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ”
ฉัตรทิพย์พยายามเบี่ยงตัวหนีจากฝ่ามือของอัลมาดิโนที่ทำให้เธอหวาดกลัว พร้อมกับปฏิเสธเสียงสั่นเทา
“ไม่ค่ะ ฉันไม่ต้องการเป็นเมียเก็บหรือของเล่นของใคร”
“ทำไม! ที่ผมเสนอให้คุณมันน้อยกว่าไอ้ถนิตงั้นหรือ” อัลมาดิโนถามเสียงห้วน “ไอ้ถนิตเป็นแค่หัวหน้าแผนกบัญชี จะมีเงินให้คุณสักเท่าไรเชียว ไม่เหมือนผมซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท ผมให้คุณได้ไม่อั้น คุณจะสุขสบายทั้งชีวิตเมื่อเป็นเมียเก็บของผม”
ยิ่งถูกอัลมาดิโนเลื่อนฝ่ามือมายังต้นแขนเนียนจนเกือบปัดโดนหน้าอกของเธอก็ยิ่งทำให้ฉัตรทิพย์หวาดกลัวมากเท่านั้น แต่ก็ยังปฏิเสธข้อเสนอของเจ้านาย
“ฉันทำงานหาเงินด้วยตัวเองได้ค่ะ ไม่เคยคิดขายตัวให้กับใคร”
“แน่ใจหรือว่าแค่เงินเดือนพนักงานบัญชีจะพอใช้หนี้” อัลมาดิโนถามแกมเยาะหยัน แล้วเอ่ยพูดต่อให้ฉัตรทิพย์ต้องตกใจ “ได้ข่าวว่าผัวเก่าสร้างหนี้ไว้ให้คุณเยอะไม่ใช่หรือ ในแต่ละเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง แถมต้องเลี้ยงดูลูกสาววัยสิบหกปีเพียงลำพังด้วย ภาระของคุณหนักเอาการนี่ ถ้ายอมเป็นเมียเก็บของผม คุณก็สบายไปทั้งชาติ”
“ฉันไม่อยากเป็นเมียเก็บของใครค่ะ” ฉัตรทิพย์ยังคงปฏิเสธเสียงสั่นเทา ขยับกายหนีไปไหนไม่ได้เพราะถูกอัลมาดิโนล็อกขาเก้าอี้ไว้ด้วยต้นขาของเขา
“คิดให้ดีฉัตรทิพย์ เป็นเมียเก็บของผมมีแต่สบายกับสบาย ไม่ต้องทนอยู่ห้องเช่าแคบๆ ในชุมชนสลัมที่เต็มไปด้วยไอ้พวกขี้ยา”
ฉัตรทิพย์หน้าถอดสีกับคำพูดของอัลมาดิโนที่พูดถึงความเป็นอยู่ของเธอได้ถูกต้อง บอกให้รู้ว่าเขาสั่งลูกน้องสืบประวัติของเธอมาหมดแล้ว
“ทำไมต้องเป็นฉันด้วยคะ มีพนักงานสาวสวยๆ และเป็นโสดอีกมากมายพร้อมให้บอสเลือก ทำไมไม่เลือกพวกเธอเหล่านั้น”
“ผมไม่ชอบสาวโสดหรือสาวบริสุทธิ์” อัลมาดิโนตอบแทบจะทันควัน พลางบอกถึงรสนิยมส่วนตัวของเขา “ผมชอบสาวใหญ่เหมือนคุณ ยิ่งเป็นม่ายด้วยยิ่งดี เพราะผู้หญิงที่มีผัวแล้วย่อมรู้ดีว่าจะบริการอย่างไรให้ผมมีความสุขที่สุดในขณะมีเซ็กซ์!”
ฉัตรทิพย์ถึงกับทำหน้าไม่ถูกกับคำตอบที่ได้ยิน อีกทั้งไม่รู้ว่าจะเอาตัวให้รอดจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร จึงได้แต่นั่งเงียบ เพราะปฏิเสธไปอัลมาดิโนก็ไม่ฟังคำปฏิเสธจากเธอ และอีกฝ่ายก็ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้นมาบ้างด้วยการเอ่ยบอกว่า
“เอาข้อเสนอของผมไปนอนคิดสักสองคืน แล้วมาให้คำตอบกับผม ซึ่งผมหวังว่าจะได้ยินคำว่า ‘ตกลง’ จากคุณ กลับไปทำงานซะฉัตรทิพย์”
แค่ได้ยินคำอนุญาต ฉัตรทิพย์ก็รีบลุกจากเก้าอี้เดินตรงไปยังประตูห้องแทบจะทันที แต่ไม่ทันได้จับลูกบิดประตูก็ต้องสั่นสะท้านกับคำพูดที่ดังไล่หลัง
“ฉัตรทิพย์! อย่าทำให้ผมผิดหวัง เพราะมันจะไม่เป็นผลดีกับคุณและลูกสาวของคุณ”
ฉัตรทิพย์ไม่ตอบ และไม่กล้าหันไปมองอัลมาดิโนด้วย หญิงสาวรีบเปิดประตูเดินออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาอยู่ในลิฟต์แล้ว อาการตัวสั่นเทาก็ยังไม่จางหาย ร่างบางของหญิงม่ายเอนพิงพนังอันเย็นเฉียบของลิฟต์ ก่อนที่เจ้าตัวจะหลับตานิ่ง เกิดคำถามขึ้นในใจว่าทำไมต้องเป็นเธอด้วย
เธอผิดหรืออย่างไรที่มีชีวิตการสมรสที่ผิดพลาด กระทั่งถูกสามีทอดทิ้งและโยนภาระหนี้สินทั้งหมดให้กับเธอ เธอผิดหรือที่เป็นหญิงม่ายจนผู้ชายต้องดูถูกดูหมิ่นด้วยการเสนอให้เธอเป็นเมียเก็บ เป็นคู่นอนแค่เพียงชั่วครั้งชั่วคราวของผู้ชายที่มีอำนาจเงินมหาศาลอยู่ในมือ...



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เพราะความไม่รู้จักพอของบิดาเขาก่อให้เกิดเรื่องราวจนเป็นตรวนแค้นระหว่าง อเล็กซ์โก และ กัญนารา เธอถูกมองเป็นลูกของเมียเก็บที่ทำครอบครัวเขาแตกแยก ขณะที่ความจริงทั้งหมดถูกเธอเก็บงำไว้รอวันเอาคืน หญิงสาวเปลี่ยนแปลงตัวเองจนไม่มีใครจำได้ ก่อนจะสร้างสถานการณ์จนได้เข้ามาอยู่ในบ้านของเขาเพื่อดำเนินแผนการล้างแค้นให้มารดาที่เสียชีวิตไป หากแต่เมื่อทำสำเร็จเธอกลับไม่แน่ใจว่าตนเองได้รับชัยชนะหรือไม่ ในเมื่อหัวใจเจ้ากรรมมันกลายเป็นของเขาไปเสียแล้ว

“นารา ผมรู้ว่าคุณเจ็บปวด และผมก็เจ็บปวดเหมือนกัน”

อเล็กซ์โกขบกรามเพื่อระงับความเสียใจ เอื้อมจับมือเล็กทั้งสองมากุมไว้โดยไม่นำพาต่ออาการขัดขืนจากหญิงสาว


รูปภาพ

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “Bongkoch Books News & Activities”