New Release โรแมนติก : ราคีสวาททาสบำเรอ

อัพเดทข่าวบงกชบุ๊คส์ ความเคลื่อนไหว และกิจกรรมพิเศษ ตลอดจนร่วมสนุกชิงรางวัลพร้อมของรางวัลมากมาย

Moderator: P'Bly, Gals, พี่บี

ตอบกลับโพส
Gals
โพสต์: 995
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 13 ก.พ. 2009 3:47 pm

New Release โรแมนติก : ราคีสวาททาสบำเรอ

โพสต์ โดย Gals »

ราคีสวาททาสบำเรอ โดย ดาหลา

บทที่ 1

กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
งานแฟชั่นวีคของกรุงปารีสปิดฉากลงอย่างสวยงาม ห้องเสื้อแบรนด์ดังอย่างเดอะซันปารีสประสบความสำเร็จมหาศาล เดอะซันเป็นการร่วมทุนระหว่างนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทยอย่างภูเบศ ซัน และไมเคิล เจนเนอร์ นักธุรกิจชาวฝรั่งเศส
งานแฟชั่นวีคครั้งนี้เดอะซันประสบความสำเร็จมากกว่าทุกปี ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า ต่างถูกจับจองและขายจนหมดสต๊อก
วันนี้เดอะซันปารีสจึงจัดงานปาร์ตี้ขอบคุณพนักงานและดีไซเนอร์อย่างยิ่งใหญ่ ภูเบศที่ตั้งใจจะกลับเมืองไทยทันทีที่งานแฟชั่นวีคจบลงเป็นอันต้องพับความตั้งใจเอาไว้ เพราะไมเคิลให้อยู่ฉลองด้วยกันเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้พนักงาน ทำให้เขาต้องเลื่อนการเดินทางออกไปอีก
สองทุ่มตรง ร่างสูงสง่าของภูเบศในชุดลำลองสบายๆ เสื้อเชิ้ตปล่อยชายกับกางเกงสแล็กเนื้อดีเตรียมจะลงไปร่วมงานปาร์ตี้ที่ชั้นสามของโรงแรมที่พัก ขณะยืนรอลิฟต์อยู่นั้น เสียงบ่นพึมพำก็แว่วมาเข้าหู
“ทำมาย...พื้นโอนเอนแบบนี้...เอิ๊ก”
เสียงอ้อแอ้คล้ายคนเมาเดินออกมาจากผับทำให้ชายหนุ่มหันไปมอง เพราะภาษาที่ได้ยินเป็นภาษาไทยที่เขาคุ้นเคย พอเขาหันไป เจ้าของเสียงก็ชนโครมมาเต็มแรง
“ว้าย...” ด้วยขนาดที่แตกต่างทำให้คนชนร้องด้วยความตกใจ ร่างระหงในชุดราตรีเกาะอกยาวแหวกสูงจนเห็นขาอ่อนเซจะล้ม โชคดีที่ภูเบศคว้าเอวไว้ทัน กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งจนชายหนุ่มต้องเบือนหน้าหนี
“ให้ตายสิ เป็นนางเมรีขี้เมาหรือไง ดื่มจัดแบบนี้เดี๋ยวก็หัวใจวายกันพอดี”
ภูเบศพึมพำขณะมองใบหน้านวลเนียนที่ซุกอยู่กับอก แต่นางเมรียังยิ้มตาปรือ ไม่สนใจว่าตัวเองน่ามองแค่ไหน
“เอิ๊ก...ขอบคุณสุดหล่อ...เอิ๊ก”
ใบหน้างามรูปหัวใจแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาพร่าเบลอมองคนช่วยไม่ชัดนัก แต่รู้ว่าเป็นผู้ชาย
“ดื่มหนักแบบนี้ไม่ดีนะคุณผู้หญิง”
เขาเตือน นี่ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งได้ตีก้นลายแน่ ผู้หญิงเมามีอยู่อย่างเดียวคืออกหัก หรือไม่ก็อวดดีคิดว่าตัวเองแน่ เธอคนนี้คงจะอยู่ประเภทหลัง เพราะสวยขนาดนี้ไม่น่าถูกทิ้งได้
ผู้หญิงเมาต่อให้สวยแค่ไหนก็ไม่น่าดู แต่ให้ตายเถอะ คงต้องยกเว้นเธอคนนี้ เพราะภาพที่เห็นเธอยิ่งเมายิ่งเซ็กซี่ ชุดที่ใส่รัดรูปเน้นส่วนสัดจนบอกได้เลยว่าอก เอว สะโพกเท่าไร
“มองนานต้องการดามใจช่ายปะ” เธอซวนเซจะล้มจนต้องเกาะบ่ากว้างเอาไว้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นไวน์มีผลให้คนที่สูดหายใจเข้าไปวูบวาบไปด้วย
เธอคนนี้อกหักมาชัวร์ เฮ้อ...ผู้หญิง ทำไมไม่หาทางออกให้มันน่าดูกว่านี้ ไม่รู้หรือไงมันอันตรายกับตัวเองแค่ไหน ยิ่งมองเธอ เขาก็ยิ่งอยากฟัด
“ไปต่อด้วยกันไหมสุดหล่อ...พูดภาษาเดียวกันแบบนี้ค่อยรู้สึกดีหน่อย”
สาวนิรนามใช้มือเรียวขาวประคองแก้มสาก ดวงตาคมสวยหวานเยิ้มเชิญชวนสบนัยน์ตาคมกล้า เรือนร่างกลมกลึงตึงไปทุกส่วนเอนเบียดร่างแกร่ง
“หึๆ ชวนเพราะเมาหรืออยากไปต่อให้สุดทาง” เขาพูดเป็นนัย
แต่สาวปริศนาเวลานี้สมองไม่ทำงาน ขาดการประมวลผล ริมฝีปากอิ่มรูปกระจับแต่งแต้มสีแดงสดคลี่ยิ้มจนเห็นไรฟันขาวสะอาด ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธอกล้าและบ้าท้าความเสี่ยงด้วยความตื่นเต้น
“ได้หมดถ้าสดชื่น” เธอบอกนัยน์ตาหวานฉ่ำ
ภูเบศหัวเราะในลำคอกับคำตอบ หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง พิมพ์ข้อความหาเพื่อน
‘ติดธุระด่วน’
ส่งข้อความเสร็จภูเบศก็หันมาสนใจคนในวงแขน
“เป็นอีตัวเดินหาแขกใช่ไหม” เขาถามตรงๆ เพราะจะได้ระวัง สาวนิรนามเงยหน้าหัวเราะร่วน
“คิก...คิก อีตัวที่หนายจาเลิศขนาดนี้จ๊ะสุดหล่อ...จริงม้าย...”
เธอโอบกอดคอเขาพร้อมกับเอนตัวเข้าหา อกนุ่มๆ เบียดเสียดกับอกกว้างถนัดถนี่จนเขากะไซซ์ได้เลย
“เวอร์จินเหรอ”
“ถ้าฉานบอกว่าช่าย...เอิ๊ก...คุณจะเชื่อฉานม้าย...”
เธอบอกเสียงยานคาง ยืนซบหน้ากับอกกว้าง ลำแขนโอบเอวหนาเพื่อเป็นหลักยึด ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาเปียกเสื้อเชิ้ตบริเวณอกกว้าง
ภูเบศก้มลงไปมอง ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีแรงสะอื้นไห้นอกจากน้ำตาที่ไหลออกมาเปียกเสื้อบริเวณอกเขา คิ้วหนายกสูงด้วยความสงสัยและสนใจ เกิดอะไรขึ้นกับเธอกัน ทำไมเธอถึงได้เสียใจมากมายขนาดนี้
“จะลองเชื่อดูว่าคุณไม่ใช่อีตัว” เขาช้อนร่างงามลอยขึ้นจากพื้นแล้วพาเข้าไปในลิฟต์ ขณะที่ลิฟต์เลื่อนขึ้นไปยังชั้นที่พัก ใบหน้าคมก็ก้มลงไปมองดวงหน้าแดงก่ำ
“เชื่อสิ ฉันไม่เคยหลอกใคร มีแต่ถูกคนอื่นหลอก” เธอพึมพำตอบเขาเสียงแผ่ว
ริมฝีปากได้รูปยกยิ้ม เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกเขาก็พาเธอไปที่ห้องชุดสุดหรู
“ผมไม่เคยหลอกใคร โดยเฉพาะผู้หญิง” เขาวางเธอลงบนเตียง ชุดราตรีรัดรูปร่นขึ้นสูงจนเห็นต้นขานวลเนียน ริมฝีปากแดงแย้มยิ้มอย่างถูกใจกับคำตอบ
“ฉันเชื่อคุณ ผู้แปลกหน้า” เธอเล่นศัพท์แล้วกัดเม้มริมฝีปากแดงนิดๆ อกตูมๆ แอ่นขึ้น ช่างเซ็กซี่เป็นบ้าในความรู้สึกของภูเบศ ร่างสูงทอดกายลงไปนอนเคียงข้าง ท่อนขาแข็งแรงกดทับเรียวขาที่สวยดั่งได้รับการสลักเสลา
“อกหักหรือไงถึงประชดชีวิต” เขากระซิบถามข้างหู ขบเม้มติ่งเนื้ออ่อนแผ่วๆ จนเธอขนอ่อนตั้งชัน “ผู้ชายตาบอดที่ไหนทำให้คุณอกหัก”
“เก้ง...” เธอบอกสั้นๆ
เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอ
“คุณชื่ออะไร”
เขาถามเสียงแหบพร่า หัวใจเริ่มเต้นแรง เลือดหนุ่มในกายแกร่งเริ่มฉีดพล่าน มือหนาเริ่มถอดชุดราตรีสีแดงช้าๆ จนกระทั่งหลุดออกจากร่างอวบอิ่ม บราตัวเล็กปิดบังสิ่งเร้าอารมณ์ไว้แต่ก็ไม่มิดเพราะขนาดที่แตกต่าง เผยให้เห็นความเต่งตึงของวัยสาว
“ชื่อไม่สำคัญ ขอแค่จำฉันไว้ในความทรงจำก็พอ” เธอบอกเสียงไม่ค่อยมั่นใจนัก
ภูเบศคลี่ยิ้มขณะสบนัยน์ตาสีดำขลับดุจสีนิลที่แฝงไปด้วยความหม่นเศร้า
“แน่ใจนะว่าต้องการแบบนี้ แม่สาวปริศนา” เขาถามเสียงพร่า ความปรารถนาเร่าร้อนบิดเกลียวในดวงตาเขา ในขณะที่ร่างกายเธอก็ตื่นตัว อกนุ่มหยุ่นแข็งตึงตื่นรับสัมผัสหวาม เนื้อสาวเต้นไหวสั่นระริกจนอีกฝ่ายรับรู้ได้
“ฉัน...” เธอเอื้อนเอ่ยเพียงเท่านั้นราวกับกำลังทบทวนสิ่งที่ทำ หากบางอย่างในใจขับเคลื่อนให้ฝ่ามือนุ่มไล้บนอกกว้างแทนการตอบคำถาม
“เคมีเราเข้ากันได้ดีนะผมว่า” ดวงตาคมเข้มประสานกับดวงตาเธอ ปลายนิ้วกระตุกตะขอบราหลุดออก ปทุมถันคู่งามดีดเด้งอย่างยินดีที่ได้รับอิสระ
“อา...แบนราบเต่งตึงสมราคาคุย”
สายตาคมจับจ้องยอดถันที่เอนไหวราวยั่วยวนชวนให้หลงใหล จนชายหนุ่มอดใจไม่ไหว โน้มใบหน้าลงไปครอบครองยอดถัน แตะเลียด้วยปลายลิ้นช้าๆ เพื่อสร้างความเสียวซ่านให้ค่อยๆ ปะทุขึ้น ฝ่ามือลูบไล้ไปทั่วร่างงาม แต่ที่สัมผัสนานก็คงเป็นบั้นท้ายกลมกลึงเต่งตึงพร้อมกับรั้งเข้าหาตัว
“อ๊ะ...อา” ฤทธิ์แอลกอฮอล์ผสมกับความวาบหวามซ่านสยิวส่งให้ร่างงามแอ่นอกยกเข้าหา ในขณะที่เปลือกตาปิดกั้นภาพเคลื่อนไหวเหนือร่าง
ปากร้อนกัดเม้ม ดูดดื่ม กลืนกินอย่างกระหายใคร่สัมผัส เขาไม่คิดจะลิ้มลองเพียงยอดถัน แต่จะฝากรอยสวาทให้ทั่วร่างงามเพื่อให้เธอจดจำเขาไว้ในความทรงจำเช่นกัน
“วิเศษคนสวย...” เขาชื่นชมปนหอบ พร้อมกับลอกเปลือกนอกอย่างแพนตี้ตัวน้อยออกจากร่างเธอ สัญชาตญาณทำให้เรียวขาสวยหุบเข้าหากัน แต่ติดที่ขาเขาดันเอาไว้
“เปลี่ยนใจไหม แม่สาวปริศนาคนงาม” เขาไล้ปลายนิ้วบนกลีบปากนุ่มหวาน สายตาโลมเลียเรือนร่างงดงามที่อาบไล้ด้วยแสงไฟจนเปล่งประกายผุดผ่อง
เธอสวยไร้ที่ติและเต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งอ่อนหวานเร่าร้อนจนทำให้เขาปวดร้าวไปทั่วร่าง ในขณะที่ดวงตาคู่งามฉายแววสับสนวุ่นวายใจออกมาให้เขาเห็น
“อื้อ...” เสียงครางที่หลุดออกมาเสมือนคำตอบที่เขารอคอย ริมฝีปากร้อนก้มลงไปจุมพิตกลีบปากเธอ บดเคล้า เคล้นคลึงนุ่มนวล กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ติดอยู่ในปากเธอผสมผสานกับความอ่อนหวานของกายสาวยิ่งทำให้เขาลุ่มหลงไปกับความเร้ารัญจวน
“ชอบหรือเปล่า”
เขาผละห่างเพียงปลายนิ้วกั้น สาวปริศนาคลี่ยิ้มพลางลูบไล้ไปถ้วนทั่วแผ่นหลังหนาจนเขาหอบหายใจด้วยแรงปรารถนา ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงปริศนาจะทำให้เขาคลุ้มคลั่งไปด้วยเพลิงราคะได้ขนาดนี้
“ดีจังค่ะ” เธอบอกเสียงหวาน
เขาจุมพิตเบาๆ ที่มุมปาก ไล้เรื่อยไปตามโครงหน้าถึงใบหู พร้อมกับขบเม้มหยอกเย้าเล้าโลม
“อืมมม...” เธอครางหวานเสียงยาวเหยียด เขาแลบเลียติ่งหูพร้อมกับซุกไซ้จนเธอสั่นสะท้านอย่างรุนแรงอยู่ใต้ร่างหนา มือหนาลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเปล่าเปลือยเนียนนุ่มละมุนมือ จากนั้นก็ยกตัวขึ้นเพื่อถอดเสื้อผ้าออกจากตัว
สาวปริศนามองลอนซิกซ์แพ็กและกล้ามเนื้อไหล่กว้าง ส่วนสัดความแข็งแกร่งทรงพลังอวดตัวตนพร้อมกับดีดเด้งเต้นเป็นจังหวะ จนดวงหน้างามที่ว่าแดงแล้วยังแดงได้อีกกระทั่งลามเลียไปทั่วตัว
“คุณ...” สาวงามมีตัวตนแต่ไร้ชื่อมองกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างละลานตา เธอเคยเห็นผู้หญิงเซ็กซี่น่าฟัด วันนี้เธอได้เห็นผู้ชายเซ็กซี่ “คุณ...น่าฟัด”
“ต่อไปผมจะให้คุณฟัดคนเดียวคนสวย”
“ไม่มีคำสัญญาใดๆ ที่จริงแท้แน่นอนจากปากผู้ชาย” คำพูดที่หลุดออกมาแฝงไปด้วยความขมขื่น
เขาโน้มลงไปทาบทับ เนื้อแนบเนื้อไร้อาภรณ์ขวางกั้นจนเธอชาวาบ
“ผมเชื่อได้ ถ้าคุณเชื่อใจ”
“คุณรับดามหัวใจใช่ไหม” เธอถามเสียงไม่มั่นคงนัก ภูเบศสบตาคู่งามที่แฝงไปด้วยความขมขื่น
“รับดาม รับเลี้ยงตลอดไป หากคุณยินยอม” เขาบอกเสียงแหบพร่า ลำแขนแกร่งโอบกอดเธอไว้แนบแน่น มืออีกข้างก็กางแนบกับแก้มก้นงอนงาม บีบเคล้นฟอนเฟ้นอกอวบอิ่ม หยอกเย้ายอดถันแบนราบจนแข็งชันเป็นไต
“อื้อ...ฉัน” เธอครวญครางดั่งคนละเมอ ร่างทั้งร่างรุ่มร้อนดุจนั่งอยู่บนกองเพลิง ฝ่ามือที่ระรานทรวงงามไล่เรื่อยไปสู่หน้าท้องแบนราบ และสิ้นสุดที่เนินอูมนูนโดดเด่นเต็มอุ้งมือ ตามมาด้วยร่างกำยำเคลื่อนตามลงต่ำจนกระทั่งไปนั่งที่หว่างขาเรียวสวย
สองมือผละห่างจากสองเต้า เลื่อนไปจับแยกปลีขาสวย เปิดเปลือยความสาวอันโดดเด่น ดวงตาคมกลัดมันละลานตา ลมหายใจเขาขาดหายเป็นช่วงๆ เพราะสิ่งเห็นคือดอกกุหลาบสีชมพูหวานตูมเต่ง สองกลีบงามยังปิดสนิทไร้ภมรลิ้มลอง
โอ้...พระเจ้า
ภูเบศลำคอแห้งผาก จดจ้องความงดงามอยู่นาน ก่อนจะประทับลิ้นลงบนจุดอ่อนไหว ร่างงามกระตุกเกร็ง แอ่นสะโพกผายสอดรับกับจังหวะที่ลิ้นเขาปาดป่ายลงมา
“อ๊ะ...อา” เสียงครวญครางดังผะแผ่วยาวนาน นิ้วมือเรียวสวยสอดแทรกเข้าไปในเรือนผมเขา จิกทึ้งดึงแรงเพื่อระบายความซ่านสยิวที่ตีตื้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยามที่เขาแทรกแทงลิ้นลึกผ่านช่องทางคับแน่นราวกับสำรวจความสาวเพื่อให้มั่นใจว่าเธอพร้อมสำหรับการรุกรานครั้งใหญ่
“คุณพร้อมแล้ว”
เขากระซิบซ่านเสียงแหบ หญิงสาวปริศนาสบนัยน์ตาร้อนแรงแล้วสั่นสะท้าน ร่างกำยำยกตัวขึ้น ดวงตาคมเข้มถึงกับตกตะลึงกับความงดงามตรงหน้า
สายตากวาดมองดวงหน้าสวย ละเลื่อนไปตามลำคอระหง ทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวไปมาตามแรงหอบหายใจของเจ้าของ ยอดถันสีชมพูราบเสมอเนินทรวง หากแตะปลายลิ้นสากลากไล้ก็คงตื่นชัน
แค่คิดความกระสันก็วิ่งพล่านไปทั่วร่างแล้ว ไหนจะเอวคอดสอดรับกับสะโพกผายมน หน้าท้องแบนราบน่าลูบไล้ สะกดสายตาให้หยุดที่สะดือสวยจนเขาต้องยกมือไปสัมผัส และไล้ด้วยปลายนิ้วเพื่อยืนยันความงดงามตรงหน้าว่าเป็นความจริงไม่ใช่ฝัน
ผิวกายนวลเนียนกระทบแสงสีส้มนวลจากหลอดไฟ ส่งให้ร่างบอบบางผุดผ่องงดงามขึ้นเป็นเท่าทวี
“จะขึ้นเวทีต้องให้ผมใส่นวมไหมคนสวย”
“ฉัน...ไม่เชื่อว่าคุณเวอร์จิน”
ขนาดแม่คุณเมาแอ๋แต่ก็ยังกลัวอันตรายอยู่ ถือว่าสติยังพอมีอยู่บ้าง ร่างกำยำจึงผละห่าง แต่ไม่นานก็กลับมาจุมพิตกลีบปากหวานๆ
เธอแหงนหน้าขึ้นและจูบตอบอย่างเงอะงะไม่ประสา ร่างงามบิดส่ายเร่าร้อน ยกขึ้นบดเบียดเสียดสีเนื้อนุ่มอุ่นร้อนของบุรุษเพศ คนใต้ร่างถึงกับสะท้านสั่นอย่างหวาดหวั่นกับขนาดที่ขยายตัวสุดกำลัง
ฝ่ามือร้อนวกเข้าไปลูบไล้เรียวขาด้านในก่อนเข้ากอบกุมเนินนางของร่างสาวที่ฉ่ำชื้นไปด้วยหยดน้ำหวานที่ธรรมชาติสร้างมา นิ้วใหญ่เสียดสีปุ่มไวความรู้สึกและขีดเขี่ยเร็วแรงจนเธอตั้งรับไม่ทัน ร่างงามสั่นระริกกรีดร้องระงม บิดส่ายพลิ้วไหวราวกับแม่งูสาว
ภูเบศสำรวจลึกและหมุนคว้านเพื่อเปิดทางรักอย่างเป็นเจ้าของ เธอทั้งร้องครางและเกร็งสั่นรัญจวนจนใจแทบขาด แรงตอดรัดที่โอบรัดนิ้วแกร่งทำให้เขารู้ว่าเธอเสียวซ่านทรมานปานใด
ใบหน้าคมเคลื่อนไปจูบเนินเนื้ออูมนูน ในขณะที่มือก็จู่โจมดงดอกรักไม่หยุดหย่อน เยื่อใยเบาบางที่ปลายนิ้วสัมผัสถึงเรียกรอยยิ้มและความกระหยิ่มในหัวใจแกร่งให้ร้อนแรง+ตื่นเต้นขึ้นเป็นเท่าทวี
เมื่อความกำหนัดรุนแรงแบบฉุดไม่อยู่ เรียวลิ้นร้อนก็ลากลึกเข้าไปแทนที่นิ้วที่เลื่อนไหลเข้าออก ความสากระคายทำเอาเธอกรีดร้องอย่างสุดเสียว ยิ่งลิ้นร้ายตวัดปัดวนไล้เลียน้ำหวานกลืนกินแก้กระหาย หญิงสาวก็กรีดร้องอย่างสุดจะทานทน
ร่างงามอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงโอนอ่อนผ่อนตามเกมในวังวนเสน่หา ปล่อยให้เขานำพาและตักตวงความสุขหฤหรรษ์บนเรือนร่าง ขณะที่เพลิดเพลินเริงระรื่นกับรสสวาทหวาม ภูเบศมั่นใจว่าตัวเองปลอดจากเชื้อทุกอย่าง ส่วนเธอก็เวอร์จินไร้รอยมลทินจึงจัดการเอานวมออก
“มะ...ไม่...” เธอร้องครางอย่างเจ็บปวด เมื่อเขาบดเบียดความแข็งแกร่งของความเป็นชายเข้าไปในร่องสวาทอันคับแคบ
ร่างงามร่นกายขึ้นสูง แต่ถูกเขาตรึงสะโพกไว้และเดินหน้าช้าๆ อย่างไม่หยุดพัก จนกระทั่งเธอน้ำตาไหลออกมาทางหางตา ร่างกำยำหยุดการเคลื่อนไหว ก้มไปจูบไซ้เรียวปากหวาน มือฟอนเฟ้นสองเต้าอย่างปลุกเร้าอารมณ์เธอให้ลืมความเจ็บปวดที่เขาสร้าง
ความเจ็บแปลบปะปนมากับความเสียวซ่าน หญิงสาวไร้ประสบการณ์หัวหมุน สับสนระหว่างความจริงและความฝัน แต่ประสบการณ์ในเกมรักของเจ้าพ่อวงการแฟชั่นทำให้เธอเพลิดเพลินไปกับแรงเสน่หาจนสมองขาดการประมวลผล
ความอลังการของชายชาตรีครูดไถลล่วงล้ำเข้าไปอีกครั้ง หญิงสาวเกร็งร่างหวาดหวั่นและต้องการ เยื่อบางเบาที่สัมผัสได้ทำให้ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มอย่างพอใจ...สดใหม่ไร้ราคี
ร่างกำยำบังคับใจให้เคลื่อนไหวเข้าไปเชื่องช้า เพื่อให้รอบวงแหวนเปิดขยายและปรับขนาดตามไซซ์เขา ในขณะที่การเดินทางสู่ห้วงเหวลึกลำบากแสนคับแคบ เขาก็จงใจบดเบียดปุ่มกระสันที่สวรรค์สร้างจนเธอร้องครางเสียดเสียวอยู่ตลอดเวลา
“กรี๊ดดด...”
เมื่อการประสานแนบสนิท อารมณ์หนุ่มพุ่งแรงจนแทบจะกระแทกสวนใส่เต็มกำลัง แต่เพราะเป็นครั้งแรกของวัยสาว เขาต้องอดทนเพื่อให้เธอฝังตรึงความสุขล้ำนี้ไว้ในใจ จึงหยุดพักเพื่อให้เธอปรับตัว
แต่เมื่อความคับแน่นบีบรัดจนขยับไปสุดทางไม่ได้ สะโพกสอบก็ขยับเข้าออกสั้นๆ ถี่กระชั้น กดวนนวดคลึงดงดอกรักก่อนจะโยกย้ายโหมกายเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง
ความสวยสดของหญิงสาวทำให้เขาตื่นเต้นกว่าครั้งไหนๆ ในชีวิตหนุ่ม ความสุขซ่านกระสันเสียวส่งให้แรงรักกลายเป็นจังหวะร็อกอันหนักหน่วงดุดัน ร่างงามยกรับสลับส่าย พลิ้วไหวไปตามจังหวะที่เขาเป็นผู้กำหนด ปากนุ่มๆ ครางเรียกขานเขาให้เร่งจังหวะเร็วขึ้น
แกนกายใหญ่อลังการถูกเธอบีบรัดจนสุดจะทน จนต้องขับเคลื่อนร่างกายอย่างหนักหน่วงและเร่งเร็วเพื่อเต็มเติมความสุขให้เขาและเธอ
ไม่นานร่างหนาก็เกร็งค้างคำรามลั่น ก่อนจะปลดปล่อยความสุขพุ่งกระจายในกายเธอ ดวงดาวนับล้านส่องสะท้อนระยิบระยับงามจับตาจนเธอต้องหลับตาลงเพื่อกันแสงที่สะท้อนมา
“กรี๊ดดด...” หญิงสาวกรีดร้องเสียงหวานก่อนจะสลบใต้อกกว้าง ภูเบศจูบซับไรเหงื่อให้แผ่วเบาแล้วค่อยๆ ถอดถอนเรือนกายออกช้าๆ จากนั้นก็ทอดกายลงนอนเคียงข้าง ลำแขนกกกอดเธอแนบแน่นกับอกแล้วเผลอหลับไปด้วยความสุข

****

เมื่อแสงแรกของอรุณสาดส่องขึ้นเหนือผืนฟ้าด้านทิศตะวันออก ร่างระหงไร้อาภรณ์ที่นอนซุกตัวข้างร่างกำยำขยับตัวนิดๆ ขนตางอนงามกะพริบช้าๆ แล้วเปิดขึ้น
“อูย...” เธอขยับตัวนิดเดียวก็ต้องพึมพำด้วยความปวดหัวและเจ็บร้าวไปทั้งตัวราวกับกรำศึกมาตลอดทั้งคืน มือข้างหนึ่งยกขึ้นคลึงขมับเพื่อกระตุ้นให้สมองทำงาน แล้วความทรงจำบางช่วงบางตอนที่เธอยังพอมีสติก็ปรากฏขึ้นในหัว
ภาพคนรักที่คบกันมานานสามปีเต็มนอนกับผู้ชายอื่น เขาปิดเธอแนบเนียนตลอดสามปีเรื่องเป็นเก้ง ถ้านอนกับผู้หญิงเธอจะไม่ว่าสักคำ แต่ดันไปกินไส้กรอกนี่สิ ทำให้เธอเหมือนถูกหยามหน้า เธอเสียใจจนกระทั่งมานั่งดื่มคนเดียว หลังจากนั้นก็...
เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดทั้งคืน น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาคลอดวงตาคู่สวย ไม่น่าเลย เธอไม่น่าเมาจนอยากประชดชีวิตแบบนี้ สิ่งหวงแหนเพื่อคนที่รักถูกทำลายด้วยมือเธอเอง
‘ผู้ชายที่นอนหลับอยู่ข้างกายเป็นใครกัน’
หญิงสาวหันไปมองร่างกำยำที่นอนนิ่งอยู่ข้างกาย ใบหน้าคมเข้มขึ้นเหลี่ยมนิดๆ เต็มไปด้วยพลังอำนาจจนเธอมั่นใจว่าเขาไม่ธรรมดา ห้องพักสุดหรูในโรงแรมที่เธอนอนอยู่นี้บ่งบอกฐานะเขาได้เป็นอย่างดี แต่ต่อให้รวยแค่ไหน เธอกับเขาคงไม่เจอกันอีกแน่ และเขาจะไม่มีวันได้เห็นเธออีก
“อูย...”
ร่างงามค่อยๆ ฝืนความเจ็บขยับตัวเบาๆ เพราะกลัวอีกฝ่ายรู้สึกตัว เมื่อลงมายืนข้างเตียงได้ก็เก็บเสื้อผ้าของตัวเองมาสวม ก่อนไปเธอหันกลับไปมองคนรับดามใจ น้ำตาก็พานไหลออกมา ไม่นานมือบางก็ยกขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วเดินเซนิดๆ ออกจากห้อง
เมื่อมาถึงชั้นล่าง เธอก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ ขอกระดาษและปากกาเขียนข้อความลงไป ‘ขอบคุณคนดามใจ’ แล้วเธอก็ยื่นกระดาษส่งให้พนักงาน
“ฝากให้ผู้ชายที่พักห้องสวีตด้วย”
เมื่อพนักงานรับกระดาษ สาวปริศนาก็เดินออกจากห้องโถงไปที่ลานจอดรถแล้วขับออกไป พร้อมกับทิ้งอะไรมากมายไว้ด้านหลังที่จะเปลี่ยนชีวิตคนที่เกี่ยวข้องไปตลอดกาล





+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เพียง ภูเบศ นักธุรกิจเจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ดังอย่างเดอะซันได้พบหน้า บุษบาบัณ นางแบบคนใหม่ หัวใจชายหนุ่มก็วาบไหว เพราะเธอคือแม่สาวปริศนาในคืนวันไนต์สแตนด์ของเขาเมื่อห้าเดือนก่อนที่หายตัวไปหลังคืนสวาทร้อนแสนหวานจบลง ขณะที่หญิงสาวตั้งใจเข้ามาในเดอะซันเพราะเหตุผลบางอย่าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกับเขา หนุ่มดามใจของเธอในคืนนั้น ด้วยเพราะมีเป้าหมายที่ต้องทำเธอจึงแสร้งทำเป็นจำเขาไม่ได้ จึงถูกชายหนุ่มแก้เกมโดยการใช้ร่างกายช่วยรำลึกความหลังให้เสียเลย

“จำได้หรือยังว่าผมเป็นใคร”

“เอ่อ…เอ่อ…จำ…อะไร” เธอถามตะกุกตะกัก

“จำผัวตัวเองได้หรือยัง” เขาถามเสียงพร่าขณะนัยน์ตาคมยิ้มได้ยังไม่ละจากดวงหน้าคมสวย


รูปภาพ

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “Bongkoch Books News & Activities”