New Release BLY แปล : YES OR NO คนที่ใช่ ใครที่ชอบ 1

อัพเดทข่าวบงกชบุ๊คส์ ความเคลื่อนไหว และกิจกรรมพิเศษ ตลอดจนร่วมสนุกชิงรางวัลพร้อมของรางวัลมากมาย

Moderator: P'Bly, Gals, พี่บี

ตอบกลับโพส
Gals
โพสต์: 995
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 13 ก.พ. 2009 3:47 pm

New Release BLY แปล : YES OR NO คนที่ใช่ ใครที่ชอบ 1

โพสต์ โดย Gals »

YES OR NO คนที่ใช่ ใครที่ชอบ 1


เรตติ้ง 1% เท่ากับผู้ชมราวสี่แสนแปดหมื่นคน คิดเป็นครัวเรือนราวหนึ่งแสนแปดหมื่นครัวเรือน หากเป็นรายการที่มีเรตติ้งเฉลี่ยประมาณ 12% ก็จะคำนวณอย่างง่ายได้เท่ากับราวๆ สี่ล้านเก้าแสนคน มิหนำซ้ำนี่ยังหมายถึงแถบคันโตเท่านั้น ในเมื่อออกอากาศไปทั่วประเทศก็ยิ่งครอบคลุมผู้ชมจำนวนมหาศาลชนิดที่ต้องนำโตเกียวโดมซึ่งมีผู้ชมเต็มทุกที่นั่งมาเรียงรายเป็นแถวยาวสุดลูกหูลูกตา และผู้ชมเหล่านั้นก็กำลังรับชมรอยยิ้มของคุนิเอดะ เคย์อยู่ในขณะนี้ แม้ความจริงแล้วอัตราการรับชมจะไม่ได้คำนวณกันง่ายดายปานนั้น แต่แค่คิดเอาเองในหัวคงไม่เป็นไร
“ ‘อีฟนิงไฟล์’ วันนี้ขอลากันเพียงเท่านี้ พบกันใหม่วันพรุ่งนี้ครับ”
ชายหนุ่มกล่าวประโยคปิดท้ายเช่นเคย พร้อมกับหันไปทำอากัปกิริยากึ่งพยักหน้า กึ่งผงกศีรษะอำลาให้กล้องสอง เท่านี้รายการซึ่งยาวราวสองชั่วโมงก็สิ้นสุด
“เหนื่อยหน่อยนะคร้าบ!”
เคย์ยังคงไม่คลายรอยยิ้มแม้เสียงนั้นจะดังมาจากทั่วห้องส่งโดยพร้อมเพรียง จากนั้น AD คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหา
“คุนิเอดะซัง ขอโทษด้วยครับ! สคริปต์ข่าวด่วนช่วงครึ่งหลังดันขาดไปแผ่นหนึ่ง...”
อีกฝ่ายก้มศีรษะลงต่ำ เคย์จึงรีบตอบ
“ไม่เป็นไรหรอก ตอนออนแอร์ก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไร ถึงจะตกใจนิดหน่อยก็เถอะ เสียงไม่หลงใช่ไหม?”
“ไม่เลยครับ เหมือนปกติเป๊ะ!”
“งั้นเหรอ”
“เอ๊ะ ไม่มีสคริปต์งั้นเหรอ?”
ฟลอร์ไดเรกเตอร์ ถาม เพิ่งจะหน้าเปลี่ยนสีเอาป่านนี้
“ครับ เอ่อ หลังจากซ้อมอ่านแล้ว คุนิเอดะซังก็วานให้เตรียมสคริปต์เอาไว้ในห้องส่งระหว่างไปแต่งหน้าใหม่ แต่กระดาษมันดันหล่นไปแผ่นหนึ่งตอนวิ่ง กว่าจะรู้ตัวก็กำลังจะเริ่มรายการ...”
“เช็กให้ดีสิ เจ้าบ้า!”
“ขอโทษครับ”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่มีปัญหาเลยจริงๆ”
เคย์ช่วยไกล่เกลี่ย เปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มบางเป็นยิ้มเฝื่อน
“แต่จากนี้ไปก็อยากให้ช่วยระวังด้วย”
“คุนิเอดะคุง ไม่มีสคริปต์แล้วอ่านได้ไงน่ะ?”
“ผมจำได้ตั้งแต่ตอนซ้อมอ่าน”
“โกหก! อัจฉริยะชัดๆ”
“เวอร์เกินไปแล้วครับ สคริปต์แค่แผ่นเดียวใช่ว่าจะยาวอะไรมากมาย”
สคริปต์ใช้ตัวอักษรขนาดราวสองเซนติเมตร แถมยังเว้นช่องไฟห่างเพื่อให้อ่านง่าย แผ่นหนึ่งไม่น่าถึงร้อยตัวอักษรด้วยซ้ำ
“แหม่ แต่ต้องอ่านตั้งสี่ข่าวต่อเนื่องกันแบบนั้นแท้ๆ สุดยอดจริงๆ นั่นแหละ”
“บังเอิญน่ะครับ”
เคย์วางท่าถ่อมตัวอย่างสงบเสงี่ยมพลางคิดในใจ
หนวกหูชะมัด เจ้าพวกโง่
ต่อให้ไม่นับเรื่องที่นำสคริปต์ที่ขาดไปบางส่วนมาให้ แต่ฉันก็ทำท่าหาก่อนเริ่มรายการแล้วไม่ใช่รึไงเล่า หัดสังเกตซะบ้างสิว่าเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า? ฟลอร์ไดเรกเตอร์ก็อีกคน แกที่ดุคนอื่นว่าบ้าก็บ้าเหมือนกันนั่นแหละ รายการวันนี้โดนเร่ง ผู้ช่วยตากล้องงุ่มง่าม AD ก็ถือป้ายบอกคิวไว้ในตำแหน่งที่ดูยาก ห้องส่งนี้มีแต่คนโง่เง่าเต่าตุ่นรึไงกัน
ถ้อยคำในใจไม่หลุดรั่วออกมาภายนอกแม้แต่คำเดียว เคย์กักเก็บถ้อยคำเหล่านั้นเอาไว้อย่างแน่นหนาภายใต้รอยยิ้มอันทรงพลานุภาพยิ่งกว่าภาชนะอันมิดชิด เขากล่าว “เหนื่อยหน่อยนะครับ” อย่างนุ่มนวลก่อนผละจากห้องส่ง...ทันใดนั้นไดเรกเตอร์ก็ตามมาจากด้านหลัง
“คุนิเอดะ”
ชิ อะไรอีกล่ะ น่ารำคาญวุ้ย
“ครับ มีอะไรเหรอ”
พอหันไปหาอย่างเป็นมิตร กระดาษซึ่งเย็บด้วยลวดเย็บกระดาษที่หัวมุมด้านขวาก็ถูกยื่นมาหา
“เอ้านี่ บทกับเอกสารสำหรับถ่ายทำนอกสถานที่พรุ่งนี้ โทษทีนะที่ช้า”
ช้าจริงๆ นั่นแหละ ว่าแต่ปกติก็ให้ทันหวุดหวิดหรือไม่ก็ให้ในวันถ่ายทำจริงทุกทีไม่ใช่รึไง คนที่ยุ่งไม่ได้มีแค่แกนะโว้ย เจ้างั่ง
“นักผลิตแอนิเมชันสินะครับ”
“ใช่ๆ คนที่จะทำฉากเปิดใหม่ให้ ‘เดอะนิวส์’ น่ะ... ถึงจะชวนให้สงสัยว่าทำไมรายการของเราถึงต้องไปเก็บข้อมูลก็เถอะ”
“รายการนั้นทุ่มเทปรับโฉมน่าดูเลยนี่ครับ”
“ฉันล่ะอยากให้แบ่งงบมารายการตอนเย็นสักครึ่งหนึ่งก็ยังดี... อ๊ะ แล้วก็กำหนดการพรุ่งนี้คือออกจากที่นี่สิบโมง แล้วกลับมาบ่ายสอง คงทันเวลาออกอากาศสินะ?”
“ครับ”
“ฉันเคยไปดูสถานที่อยู่หลายครั้ง เขาเป็นพวกติดดิน เป็นคนดีสุดๆ เลยล่ะ”
“อา งั้นก็ดีครับ”
ถ้าใช้ตัวเองเป็นเกณฑ์ การประเมินจำพวกนั้นก็เชื่อไม่ได้แม้แต่น้อย
“เอาเถอะ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร คุนิเอดะก็ไปได้สวยอยู่แล้ว”
แต่อีกฝ่ายที่ว่าก็มีแต่คนที่เกลียด คนน่ารำคาญ แล้วก็คนที่ไม่อยู่ในสายตาทั้งนั้นแหละ
“งั้นก็เหนื่อยหน่อยนะ พรุ่งนี้รบกวนด้วยล่ะ”
“ครับ ขอความกรุณาด้วยนะครับ”
ระหว่างกลับไปยังแผนกผู้ประกาศข่าว เคย์หยุดดูโปสเตอร์โฆษณาที่ติดอยู่ตรงทางเดิน ภาพครึ่งอกพื้นๆ ของชายคนหนึ่ง โลโก้เขียนว่า ‘The News’ และคำโปรย ‘อะโซ เคอิจิจะเป็นผู้พลิกโฉมข่าวภาคดึก’ ปรากฏอยู่ด้วยกัน ดีไซน์อันเรียบง่ายกลับกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้รู้สึกถึงความมั่นใจ ส่วนโปสเตอร์ของรายการข่าวภาคเย็นอย่าง ‘อีฟนิงไฟล์’ ที่อยู่ข้างๆ ให้ความรู้สึกสดใสต่างจากดีไซน์อันหนักแน่นของ ‘เดอะนิวส์’ โดยสิ้นเชิง ในเมื่อทำตามคอนเซปต์ ‘เสนอหัวข้อสนทนาและข่าวสารให้กับห้องนั่งเล่น’ ก็คงต้องออกมาเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว เคย์ปรากฏอยู่ท่ามกลางรูปถ่ายของผู้ดำเนินรายการมากมายด้วย นั่นเป็นรูปที่ถ่ายหลังขึ้นปีใหม่เพื่อต้อนรับการปรับผังในฤดูใบไม้ผลิ รอยยิ้มของเขาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
“ดูอะไรอยู่เหรอ”
ผู้ประกาศข่าวสาวผู้เป็นรุ่นพี่สองปีเข้ามาใกล้ด้วยความตาไว
“อ๊ะ เหนื่อยหน่อยนะครับ”
อย่ามาเกะกะสิ เคย์ข่มกลั้นความรำคาญใจบางเบานั้นอย่างชำนิชำนาญก่อนตอบว่า “ผมแค่คิดว่าโปสเตอร์ทำเสร็จแล้วสินะเท่านั้นเอง”
“อ้อ คุนิเอดะคุงขึ้นกล้องมากเลยนะ สมเป็นเจ้าชายจริงๆ”
ว่าแต่คุณน่ะ คนเขาลือกันว่าเสพติดการนัดบอดจนโดนถอดจากรายการข่าวเช้าเป็นการลงโทษไม่ใช่รึไง อายุก็ใกล้จะสามสิบแล้ว ทำตัวแบบนั้นไม่เป็นไรแน่เหรอครับ
“ดูรูปตัวเองไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกครับ... ผมดูอะโซซังต่างหาก เท่ดีนะครับ”
เคย์แสร้งยิ้มเก้อเขินเบาๆ เพื่อสวมบทบาทเป็นคนที่ชื่นชมรุ่นพี่ผู้ยิ่งใหญ่
“อ้อ ได้ยินว่าจะใช้โฆษณาในสถานีกับบนรถไฟด้วยนะ”
“โปรโมตกันน่าดูเลยนะครับ”
“ก็เป็นการปรับโฉมเพื่อพลิกชีวิตรายการนี่นา เรตติ้งช่วงนี้ร่วงลงไปไม่ถึงสิบสามด้วยซ้ำ”
เพราะเหตุนั้นถึงได้ตัดพวกทาเลนต์จากค่ายยักษ์ใหญ่ที่เป็น MC มาหลายปีและผู้ช่วยที่มีดีแค่ความน่ารักออกไป แล้วหันมาผลักดันผู้ประกาศข่าวเบอร์หนึ่งของช่องแทนเพื่อเป็นการลดงบประมาณและปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ไปพร้อมๆ กัน ดูเหมือนว่าเบื้องบนจะตั้งใจเช่นนั้น แถมยังใช้ให้รายการตอนเย็นช่วยโฆษณาอีกต่างหาก แต่จะได้ผลแค่ไหน เคย์ก็สุดจะหยั่งรู้
“แต่ถ้าเป็นคุนิเอดะคุง การไปให้ถึงจุดนั้นก็อาจไม่ใช่ความฝันก็ได้นะ”
“แหม ไม่มีทางหรอกครับ”
คำพูดนั้นมาจากใจจริง ขืนตัวเองโดนดันยกใหญ่ขนาดนั้นคงเพลียจนทนไม่ไหวแหงๆ ผู้ประกาศข่าวต่างจากทาเลนต์ตรงที่ไม่ว่าจะได้ออกทีวีหรือโดนดองอยู่ในแผนกจนเอาแต่เล่นโทรศัพท์มือถือไปวันๆ ตราบใดที่ ‘เข้าบริษัท’ ก็ย่อมได้รับเงินเดือนตามปกติ จึงถือเป็นตำแหน่งงานที่น่าซาบซึ้งใจ แต่ถึงอย่างนั้น ศักดิ์ศรีและความทะนงตนก็ทำให้อยากอยู่เบื้องหน้าบ้างในระดับหนึ่ง ด้วยเหตุนั้นเคย์จึงถูกใจตำแหน่งผู้ประกาศข่าวควบพิธีกรรองของรายการข่าวภาคเย็นในปัจจุบัน เขามีทั้งเทคนิคการอ่านอันมั่นคงจนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ในวัยหนุ่มและรูปลักษณ์อันเลอเลิศ แต่เมื่ออยู่ใน VTR ก็เล่นมุกตลกเรียกเสียงหัวเราะได้ตามสมควร ก่อให้เกิดเป็นข้อแตกต่างที่ดี ที่สำคัญที่สุด ความเป็นคนเอาจริงเอาจังและเข้ากับผู้อื่นได้ง่ายก็ทำให้เขากลายเป็นเจ้าชายผู้สมบูรณ์แบบ หลังจากนี้เคย์ก็ตั้งใจจะรักษาคำชมจากภายนอกเหล่านั้นเอาไว้
“นี่ คุนิเอดะคุง”
โทนเสียงนั้นกลายเป็นเสียงฉอเลาะระคนดื้อดึง
“ครับ?”
เคย์ตอบพลางระแวดระวัง
“คือว่านะ คราวหน้าจะมีงานดื่มสังสรรค์ที่เพื่อนๆ ฉันมาร่วมด้วย ถ้าไม่รังเกียจก็ไปไหม? เพื่อนฉันคนหนึ่งบอกว่าอยากเจอคุนิเอดะคุงสุดๆ...”
ถึงจะคาดเดาอยู่แล้วว่าคงไม่พ้นธุระทำนองนั้น แต่ว่ากันตามตรงก็น่ารำคาญอยู่ดี ผู้ประกาศข่าวหญิงดาวร่วงคิดจะป้ายน้ำลายจองรุ่นน้องที่กำลังมาแรงเนี่ยนะ ไม่รู้จักยางอายบ้างรึไง?
“ขอโทษครับ”
เคย์เลือกหน้ากากสับสนกับหน้ากากรู้สึกผิดมาจากบรรดาหน้ากากหลายสิบที่เตรียมไว้สำหรับภายนอกแล้วผสมผสานเข้าด้วยกัน
“ความจริงแล้ว ที่ชิซูโอกะที่เป็นบ้านเกิด ผม...”
“อ๊ะ อะไรกัน มีแฟนแล้วเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ แต่...”
เคย์วางท่าเขินอายเล็กน้อย เขาไม่ได้โกหก แค่ปล่อยให้อีกฝ่ายเติมคำในช่องว่างเอาเองตามใจชอบ
“อะไรกัน งั้นก็ช่วยไม่ได้สินะ”
“ครับ... อ๊ะ อย่าบอกใครนะครับ? เรื่องนี้เป็นความลับกับคนอื่นนะ!”
“เอ ทำไงดีน้า”
“โธ่ ห้ามเด็ดขาดเลยนะครับ!”
“จ้าๆ ไว้ค่อยไปดื่มสังสรรค์ตามปกติก็แล้วกัน”
เฮอะ ยัยบ้า แค่ชวนให้หลงคิดว่าเป็น ‘ความลับของเราสองคนเท่านั้น’ ความผิดหวังบางเบาที่เธอมีต่อเคย์และความรู้สึกเชิงต่อต้านว่าเป็น ‘ผู้ชายน่าเบื่อ’ ก็โดนกลบทับด้วยความรู้สึกเหนือกว่าคนอื่นทันที ถึงจะไม่นำความลับไปแพร่งพราย แต่เดี๋ยวเธอก็คงช่วยเป็นไม้กันผู้หญิงคนอื่นให้ด้วยการบอกใบ้ทำนองว่า อ๋อ คุนิเอดะคุงน่ะเหรอ? เขาน่ะ... เอ๊ะ ฉันก็ไม่รู้ละเอียดเท่าไรหรอก โดนเจ้าตัวห้ามไว้ไม่ให้บอกซะด้วยสิ ขอโทษทีนะ?
หลอกง่ายชะมัด ไม่ว่าหน้าไหนๆ ก็หลอกง่ายเกินไปแล้ว

เคย์ออกจากสถานีโทรทัศน์ราวสองทุ่มโดยไม่ลืมกล่าว “เหนื่อยหน่อยนะครับ” กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพร้อมยิ้มละไม สิ่งสำคัญในการสร้างภาพคือการปฏิบัติต่อคนทุกหมู่เหล่าอย่างเท่าเทียม และเมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ชีวิตส่วนตัวของเคย์ก็จะเริ่มขึ้นทันทีที่ล็อกกุญแจห้อง
“เฮ้อ...”
เขาถอนหายใจหนักหน่วงเพื่อระบายความเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่มีวันทำยามอยู่นอกบ้าน เมื่อล้างหน้าลวกๆ และเผชิญหน้ากับตนเองในกระจก รอยยิ้มจอมปลอมก็เหือดหายไป เหลือเพียงใบหน้าถมึงทึงชนิดที่กล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่มีทีท่าจะขยับเขยื้อนแม้แต่หนึ่งมิลฯ เคย์ขยี้เรือนผมที่จัดทรงไว้จนยุ่งเหยิงก่อนจะคลายเนกไท โยนเสื้อผ้าใส่พนักโซฟาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้านตัวโปรด เป็นชุดวอร์มที่แม่ซื้อมาจากชั้นสองของซูเปอร์มาร์เกตเมื่อนานมาแล้ว ถึงผ้าบริเวณศอกจะผ่านการเสียดสีจนใกล้ขาด แต่เมื่อสวมเสื้อโค้ททับอีกชั้นก็ไม่มีปัญหา เสื้อโค้ทนั้นไม่ใช่ของอะควาสคูทัมอย่างที่สวมใส่เป็นปกติเมื่ออยู่นอกบ้าน แต่เป็นดัฟเฟิลโค้ทราคาถูกไร้ยี่ห้อที่ขึ้นขุยเต็มไปหมด ตัวนี้เขาซื้อมาทางอินเทอร์เน็ต
สิ่งใดที่ขัดกับภาพลักษณ์ของ ‘ผู้ประกาศข่าวคุนิเอดะ เคย์’ ไม่ว่าจะเป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูปหรือหนังสือการ์ตูนฉบับนักสะสม เขาจะสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมด เคย์สวมแว่นกรอบดำเห่ยๆ ปราศจากค่าสายตา แล้วสวมหน้ากากอนามัยปิดบังตั้งแต่จมูกลงไปจนมิดชิด (เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันหวัดด้วย) ยัดถุงใส่เหรียญหนังเทียมซอมซ่อลงกระเป๋า ตามด้วยสวมรองเท้าผ้าใบปอนๆ ยามที่ออกไปข้างนอกในสภาพนี้จะไม่มีใครสนใจเคย์ทั้งนั้น เท่านี้ก็สบายใจ เสื้อผ้าสำหรับใส่ในละแวกบ้านงั้นเหรอ? เปล่าเลย ถ้าจำเป็นเขาก็สามารถไปได้ทั้งชินจูกุ ชิบุยะ หรือรปปงงิด้วยสภาพนี้นี่แหละ การเป็น ‘คนโนเนมเห่ยๆ’ นั้นชวนให้สบายใจกว่าการเป็น ‘อ๊ะ คนที่ออกทีวีนี่นา’ เป็นไหนๆ
การปลอมตัวออกไปเดินเล่นในยามราตรีอย่างเพลิดเพลินราวครึ่งชั่วโมงคือกิจวัตรประจำวันของเคย์ เขาไม่จำเป็นต้องกลัวโดนใครทัก หรือโดนคนนำไปอวดในทวิตเตอร์ว่าบังเอิญเจอ แถมยังไม่ต้องรำคาญใจที่เห็นคนส่งความคิดเห็นมาทางอีเมลของรายการว่า ‘เมื่อวานนี้เดินอยู่แถว OO สินะ อยากทักแต่ตื่นเต้นจนไม่กล้าทักแหละ!’ ด้วย
ผู้ประกาศข่าวเป็นอาชีพที่ประหลาด แม้จะออกทีวีจนบางครั้งโดนปฏิบัติกึ่งๆ เป็นดารา แต่อย่างมากแล้วก็ถือเป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง แม้ไม่ขายหน้าตาก็ยังได้รับค่าจ้าง แต่ไม่ว่าจะกลายเป็นคนดังที่ได้รับความนิยมมากแค่ไหน เงินเดือนก็ไม่มีทางโดดไปจากจำนวนที่กำหนดไว้อยู่ดี (คนที่ไม่พอใจจนออกไปเป็นผู้ประกาศข่าวอิสระจึงมีไม่น้อย)
ข้อแตกต่างกับทาเลนต์ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีผู้ติดตามหรือผู้จัดการช่วยปกป้องเมื่อถึงคราวคับขัน ไม่มีการแบ่งคาแรกเตอร์เป็น ‘บทร้าย’ หรือ ‘บทหยิ่งยโส’ หากไม่นับเรื่องอาชญากรรมที่ผิดมหันต์แล้ว ยามที่ทำตัวหลุดไปจากกรอบศีลธรรมอันดีของสังคมแค่เล็กน้อยก็ใช่ว่าจะถึงขั้นจบสิ้นชีวิต แต่ตราบใดที่ยังออกโทรทัศน์ เรื่องนั้นย่อมติดตัวเรื่อยไป การนำเรื่องเสื่อมเสียของตนเองมาเป็นมุกตลกเรียกเสียงฮาเป็นเรื่องที่มีเพียงรุ่นใหญ่เท่านั้นที่ทำได้ งานหลักของเคย์คือการอ่านข่าวด้วยสีหน้ามั่นใจ แต่เขาก็เข้าใจดีว่าต้องสงบเสงี่ยม ไม่ทำอะไรที่จะทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกต่อต้านว่า ‘ไม่อยากฟังจากปากคนอย่างแก’ เป็นอันขาด
แต่ความจริงแล้วเคย์ทั้งอยากยืนอ่านนิตยสารวาบหวิวรายสัปดาห์ที่ร้านสะดวกซื้อ อยากซื้อกับข้าวสักร้อยกรัมที่ชั้นใต้ดินในห้าง อยากเดาะลิ้นตอบเวลาโดนคนขับแท็กซี่ทำตัววางก้ามใส่ด้วย ขืนสวมหน้ากาก ‘ผู้ประกาศข่าว’ ที่คอยขัดขวางสิ่งเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลาคงหายใจไม่ออกพอดี
เพราะเหตุนั้นช่วงเวลาสั้นๆ ยามแต่งกายคล้ายจะเป็นบุคคลต้องสงสัยนี้จึงถือเป็นการพักผ่อนที่ไม่มีสิ่งใดทดแทนได้ ถึงสายลมปลายเดือนมกราคมจะหนาวเหน็บก็ไม่สะเทือนสักนิด เขามักปิดท้ายการเดินเล่นด้วยการแวะร้านเหล้าราคากันเองเจ้าประจำ ที่นี่มีเมนูสำหรับนำกลับบ้านหลายอย่าง เมนูที่เคย์โปรดปรานที่สุดคือข้าวหน้าเนื้อ (พร้อมไข่ลวก) เขาถือถุงใส่กล่องพลาสติกบรรจุข้าวหน้าเนื้อร้อนๆ พลางแวะซื้อเบียร์กระป๋องที่ร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะกลับบ้านด้วยฝีเท้าเบาหวิว เมื่อทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิบนโซฟาและเปิดฝา ไอร้อนแห่งความสุขก็ลอยกรุ่นห้อมล้อมใบหน้า ไข่ขาวเด้งดึ๋งเบาๆ
“อา น้ำลายจะไหล...” เขาหลุดปากพึมพำคนเดียว เสียงนั้นแตกต่างจากเสียงที่พูดต่อหน้าคนอื่นโดยสิ้นเชิง เคย์เคยอัดเสียงของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อค้นคว้าหาเสียงที่ฟังแล้วรื่นหู เขาใช้เสียงนั้นเสมอยามที่อยู่ข้างนอก
เนื้อชิ้นบางแทรกด้วยไขมันนุ่มๆ ดุจลวดลายลูกไม้ เส้นบุกดูดซับน้ำจิ้มจนเป็นสีน้ำตาล หอมใหญ่เปื่อยนุ่ม เพิ่มรสชาติด้วยตับไก่สับละเอียดผัดกับกระเทียม เคย์เจาะไข่แล้วคลุกอย่างดุเดือดราวกับเคียดแค้นมาตั้งแต่ชาติปางก่อน จากนั้นจึงใช้ตะเกียบพุ้ยเข้าปากหนึ่งคำโดยรักษาสมดุลระหว่างข้าวและกับอย่างพิถีพิถัน
“อร่อย...”
น่าอัศจรรย์ใจที่กินซ้ำสัปดาห์ละสามสี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ เคย์ดื่มเบียร์แกล้มอาหาร โรยงาเพิ่มรสชาติพลางดื่มด่ำกับดินเนอร์อันแสนสุข เวลาอยู่ที่โรงอาหารสำหรับพนักงาน เขามักเลือกเมนูดูดีมีสไตล์อย่าง ‘ธัญพืชสิบหกชนิดเพื่อสุขภาพ’ อยู่เสมอ ต่อให้อาหารชุดไก่ทอดนัมบังชุ่มซอสทาร์ทาร์ดึงดูดใจแค่ไหน เขาก็จะกำจัดของที่ขัดกับภาพลักษณ์ ‘คุนิเอดะ เคย์’ ที่สร้างมาด้วยตนเองออกไปให้. ด้วยเหตุนั้นอาหารที่บ้านจึงราวกับสวรรค์




++++++++++++++++++++++++++++++++
คุนิเอดะ เคย์ ผู้ประกาศข่าวหนุ่มยอดนิยมเป็นคนสองบุคลิกอย่างสุดขั้ว ขณะที่ภายนอกสมบูรณ์แบบจนได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นเจ้าชาย เบื้องหลังกลับเป็นคนร้ายกาจที่มีคำพูดติดปาก (ในใจ) ว่า “เจ้าโง่” แน่นอนว่านี่เป็นความลับที่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งวันหนึ่งเคย์ซึ่งอยู่ในโหมดชีวิตส่วนตัวดันบังเอิญพบซึสึกิ อุชิโอะ นักผลิตแอนิเมชันที่รู้จักกันในการถ่ายรายการเข้า โชคดีที่อุชิโอะไม่ทันสังเกตว่าชายผู้สวมหน้ากากอนามัยและกางเกงยีนซอมซ่อคือคุนิเอดะ เคย์คนนั้น แต่แล้วเคย์กลับต้องรับหน้าที่ช่วยงานของอุชิโอะที่บาดเจ็บชั่วคราวซะงั้น...?

รูปภาพ

ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง “Bongkoch Books News & Activities”